โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน เกิดจาก การที่มีเนื้อเยื่อไขมันผสมกับพังผืดจับตัวกันเป็นแผ่นนูนหรือ ตะกรันตามผนังชั้นในของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้รูตรงกลางหรือเส้นหรือเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลง ผลก็คือกล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่เลี้ยงโดยหลอดเลือดนั้นได้รับเลือดไม่พอเกิด อาการแน่น เจ็บหน้าอก เหนื่อย หอบ โดยเฉพาะเมื่อมีการออกกำลังโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

การรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ปัจจุบันมีแนวทางการรักษา 3 วิธี คือ ใช้ยา, ใช้วิธีการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน และ ขดลวด, และการ ผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ (บายพาส) ในเบื้องต้น แพทย์จะทำการรักษาทางยากับผู้ป่วย เพื่อควบคุมอาการ เจ็บหน้าอก หากปรับยาเต็มทึ่แล้วผู้ป่วยยังคงมีอาการอยู่ หรือ ตรวจเพิ่มเติม พบว่า มีอาการบ่งชี้ว่า เส้นเลือดตีบรุนแรง แพทย์ จะแนะนำ ให้ผู้ป่วยทำการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจ เพื่อตรวจสอบว่า เส้นเลือดหัวใจ ตีบ มากน้อยเพียงใด

การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ แพทย์สามารถมองเห็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจได้โดยตรง ว่ามีการอุดตันมากน้อยเพียงใด อุดตันกี่แห่ง สภาพหลอดเลือดที่อุดตัน สามารถทำการรักษาด้วยวิธีถ่างขยายหลอดเลือดที่อุดตันด้วยบอลลูน และขดลวดได้หรือไม่

หัตถการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจ คือ

การตรวจโดยการสอดสายยางขนาดเล็ก ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร เข้าในร่างกายบริเวณ เส้นเลือดบริเวณขาหนีบ หรือ ข้อมือ เข้าไปยังบริเวณเส้นเลือดหัวใจ หลังจากนั้นทำการฉีดสารทึบรังสี และบันทึกภาพ บริเวณเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ หากพบเส้นเลือดตีบ/ตัน แพทย์จะทำการขยายเส้นเลือดด้วย บอลลูน และใส่ขดลวดเพื่อขยายเส้นเลือดบริเวณที่ผิดปรกติ

ข้อบ่งชี้ในการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจ

    1. ผู้ป่วยทีมีประวัติเจ็บหน้าอก ที่เข้าได้กับภาวะหัวใจขาดเลือด
    2. ผู้ที่มีคลื่นไฟฟ้าผิดปรกติที่เข้าได้กับภาวะหัวใจขาดเลือดใน ระยะพัก หรือ ออกกำลังกายวิ่งสายพาน
    3. ผู้ที่มีผลอัลตร้าซาวน์หัวใจพบการบีบตัวของหัวใจผิดปรกติ
    4. เพื่อการตรวจเพื่อเตรียมตัวก่อนผ่าตัดลิ้นหัวใจ

ผลที่จะได้ทราบจาการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจ

  1. ทราบถึงตำแหน่งและจำนวนของเส้นเลือดหัวใจที่ตีบและตัน
  2. ทำให้ทราบสมรรถภาพการทำงานของหัวใจทั้งห้องซ้ายและขวา
  3. ผลการตรวจจะเป็นข้อมูลสำหรับแพทย์ในการวางแผนการรักษา เช่น แพทย์อาจใช้บอลลูนและขดลวดขยายเส้นเลือดหัวใจบริเวณที่ตีบ/ตัน หรือ ทำการผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจ

การเตรียมตัวก่อนการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจ

  1. งดน้ำและอาหารก่อนทำการตรวจ 6 ชั่วโมง
  2. ไม่ต้องงดยาต้านเกร็ดเลือด แอสไพริน (ASA), โคพิโดเกรล (clopidogrel)
  3. งดยาละลายลิ่มเลือด วาฟาริน (Warfarin) อย่างน้อย 7 วันก่อนทำการตรวจ
  4. งดยาเบาหวาน ชนิด เมทฟอร์มิน (metformin) 2 วันก่อนทำการตรวจ และ 2 วันหลังทำการตรวจ
  5. กรุณานำยาที่รับประทานประจำมาโรงพยาบาลทุกครั้ง
  6. นำญาติสายตรวจมาในตรวจ เพื่อร่วมฟังผลการตรวจและวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์

การเตรียมตัวก่อนการฉีดสีเส้นเลือดหัวใจ

  1. ห้ามงอขาหรือแขนข้างที่ทำการฉีดสีใน 6 ชั่วโมงแรก
  2. สามารถเปลี่ยนอิริยาบถ เช่นการนอนตะแคงข้างใด ข้างหนึ่งได้ แต่ข้างที่ทำการฉีดสีควรเหยียดตรงใน 6 ชั่วโมงแรก
  3. เช้าวันรุ่งขึ้น แพทย์/พยาบาล จะทำการตรวจเช็ค และทำแผล หลังจากนั้น สามารถเดินรอบๆ เตียงและเดินทำกิจวัตรได้ปกติในเวลาต่อมา เลี่ยงการเดินระยะทางไกลๆ เป็นเวลาประมาณ 3-4 วันหลังการตรวจ
  4. บริเวณแผลไม่ควรโดนน้ำประมาณ 2-3 วัน
  5. หากมีอาการผิดปกติ ควรติดต่อสอบถามแพทย์/พยาบาล
  6. ควรทานยาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยาต้านเกร็ดเลือด
  7. งดสูบบุหรี่

ดร.นพ.กิติกร วิชัยเรืองธรรม
อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านการฉีดสีและรักษาเส้นเลือดหัวใจ

ศูนย์หัวใจ โทร: 1208 หรือ 055-90-9000 ต่อ 520211, 520212

แชร์บทความ คลิก

Facebook

สอบถามเพิ่มเติม โทร.1208 หรือ 055-90-9000 หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรม