อีกกี่ปีกระดูกของคุณจะหัก กระดูกพรุน

กระดูกพรุน (Osteoporosis)

เป็นภาวะที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลง ทำให้กระดูกแตกหักได้ง่าย แม้เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย บริเวณที่ทำให้เกิดอันตรายและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกปลายแขนบริเวณข้อมือ

จะรู้ได้อย่างไรว่ากระดูกพรุน ?

การตรวจมวลกระดูก หรือ การตรวจความหนาแน่นของกระดูก (Bone Densitometry) เป็นการตรวจระดับความหนาแน่นของเนื้อกระดูก ซึ่งจะช่วยบ่งบอกว่ามีภาวะกระดูกพรุนหรือไม่ ตำแหน่งที่ตรวจ คือ บริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และ/หรือกระดูกปลายแขนบริเวณข้อมือ เครื่องที่ใช้ตรวจมวลกระดูก คือ Dual Energy X-ray Absorptiometry หรือ DXA scan ซึ่งจะใช้ปริมาณรังสีที่น้อยกว่าการ X-ray ทั่วไป โดยจะให้ผลการตรวจอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย

อาการของโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนถือเป็นภัยเงียบ เพราะมักไม่มีอาการนำมาก่อน แต่หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที มักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากกระดูกหัก อาจมีอาการปวดหลัง หลังโก่ง หรือเตี้ยลง ในผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังหักยุบจากโรคกระดูกพรุน เป็นต้น

สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุน

  • ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในหญิงวัยหมดประจำเดือน
  • ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ขาดวิตามินดีซึ่งมีความจำเป็นในการดูดซึมแคลเซียม
  • การสูบบุหรี่ ดื่มสุราเป็นประจำ ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก ทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง
  • กรรมพันธุ์
  • ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
  • ได้รับการฉายรังสี หรือการให้สารเคมี ที่มีการทำลายเซลล์กระดูก                                                                         
  • ไม่เคลื่อนไหวร่างกายหรือขาดการออกกำลังกาย
  • โรคประจำตัวบางชนิดส่งผลให้มีการสลายของกระดูก

การป้องกัน

  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ปลากระป๋อง ดื่มนมพร่องไขมันเนย ผักผลไม้ เป็นต้น
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะกลางแจ้งตอนที่มีแดดอ่อน เช่น เวลาเช้า หรือเย็น
  • งดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และเครื่องดื่มคาเฟอีน
  • ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เช่น ยาลูกกลอน เพราะมักจะมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่ด้วย
  • ป้องกันการเกิดการล้ม

สอบถามเพิ่มเติม โทร.1208 หรือ 055-90-9000 หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆได้ที่