มะเร็งเต้านม คืออะไร? อาการ การตรวจ และวิธีรักษาที่ผู้หญิงควรรู้
มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก โดยมีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้หญิง 1 ใน 8 คน มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมในช่วงชีวิตของตนเอง แม้โรคนี้จะน่ากังวล แต่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก็สามารถรักษาได้ และมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่า 90% การมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับ มะเร็งเต้านม อาการ สาเหตุ และการป้องกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรตระหนัก
มะเร็งเต้านมคืออะไร?
มะเร็งเต้านมเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติในเนื้อเยื่อเต้านม จนก่อตัวเป็นก้อนเนื้อร้าย หากไม่ได้รับการรักษาอาจแพร่กระจายไปยัง ต่อมน้ำเหลือง ปอด ตับ สมอง หรือกระดูก ได้ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมีทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ เช่น
- อายุที่เพิ่มขึ้น (พบมากในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป)
- พันธุกรรมและประวัติครอบครัว
- ฮอร์โมนเพศหญิง ที่ร่างกายได้รับเป็นเวลานาน
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย
การคัดกรองและตรวจหามะเร็งเต้านม
1. การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram)
เป็นการเอกซเรย์เต้านมเฉพาะทางที่สามารถตรวจพบก้อนขนาดเล็กได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แนะนำให้ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ความเข้าใจผิดที่ควรรู้: การตรวจแมมโมแกรมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เพราะรังสีที่ใช้มีปริมาณน้อยและปลอดภัย
2. การตรวจอัลตราซาวด์เต้านม (Breast Ultrasound)
ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสร้างภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น และมักใช้ร่วมกับแมมโมแกรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำ
3. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self-Examination: BSE)
สามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี ควรตรวจเดือนละครั้ง
- ผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือน: ตรวจหลังหมดประจำเดือน 7–10 วัน
- ผู้หญิงหมดประจำเดือน: เลือกวันใดวันหนึ่งในแต่ละเดือน
อาการผิดปกติที่ควรระวัง:
- มีก้อนแข็งในเต้านมหรือใต้รักแร้
- หัวนมบุ๋มลงไปหรือมีของเหลวไหลออก
- เต้านมเปลี่ยนรูปร่างหรือผิวหนังเป็นหลุมบ่อ
- อาการปวดเต้านมผิดปกติ
4. การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy)
หากตรวจพบก้อนหรือสิ่งผิดปกติ แพทย์จะทำการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
ระยะของมะเร็งเต้านม (Breast Cancer Staging)
การแบ่งระยะมีความสำคัญในการวางแผนรักษา
- Stage 0: มะเร็งยังไม่แพร่กระจาย
- Stage I: ก้อนเล็กกว่า 2 ซม. ยังไม่ลามไปต่อมน้ำเหลือง
- Stage II: ก้อน 2–5 ซม. หรือเริ่มแพร่ไปต่อมน้ำเหลือง
- Stage III: ก้อนขนาดใหญ่หรือกระจายไปต่อมน้ำเหลืองหลายตำแหน่ง
- Stage IV: มะเร็งลุกลามไปอวัยวะอื่น เช่น ปอด ตับ สมอง
วิธีการรักษามะเร็งเต้านม
1. การผ่าตัด (Surgery)
- การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast-Conserving Surgery): เอาเฉพาะก้อนมะเร็งออก เหมาะกับก้อนเล็ก
- การผ่าตัดเอาเต้านมทั้งหมด (Mastectomy): เอาเนื้อเต้านมออกทั้งหมด เหมาะกับมะเร็งขนาดใหญ่หรือมีหลายตำแหน่ง
2. การรักษาเสริม (Adjuvant Therapy)
- เคมีบำบัด (Chemotherapy): ใช้ยาทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย
- การฉายแสง (Radiation Therapy): ใช้รังสีทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่
- ฮอร์โมนบำบัด (Hormone Therapy): เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มะเร็งตอบสนองต่อฮอร์โมน
- การรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy): เจาะจงทำลายเซลล์มะเร็งโดยไม่กระทบเซลล์ปกติ
การป้องกันมะเร็งเต้านม
แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ เช่น
- ตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ
- ทำแมมโมแกรมทุกปีหลังอายุ 40 ปี
- รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช
บทสรุป
มะเร็งเต้านม เป็นโรคร้ายที่สามารถรักษาได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ผู้หญิงทุกคนควรใส่ใจสุขภาพ ตรวจเต้านมด้วยตนเอง และเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถป้องกันและรับมือกับโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง


