Header

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) คืออะไร? ตรวจเพื่ออะไร ใครบ้างควรตรวจ

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) คืออะไร? ตรวจเพื่ออะไร ใครบ้างควรตรวจ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ Electrocardiogram (ECG/EKG) เป็นการตรวจวัดสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นภายในกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อประเมินอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ รวมถึงค้นหาความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด

คลื่นไฟฟ้าหัวใจที่บันทึกได้จะปรากฏในรูปแบบกราฟ ซึ่งแพทย์สามารถใช้วิเคราะห์ความผิดปกติของหัวใจได้ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) คืออะไร?

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจที่ง่าย สะดวก และไม่เจ็บ โดยเจ้าหน้าที่จะติดอุปกรณ์รับสัญญาณไฟฟ้าขนาดเล็กไว้ตามตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าอก แขน และขา เพื่อวัดสัญญาณไฟฟ้าจากการทำงานของหัวใจ

จากนั้นเครื่องจะบันทึกผลออกมาเป็นกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจบนกระดาษหรือระบบดิจิทัล ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาเพียงประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น

แม้ว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะช่วยค้นหาความผิดปกติได้หลายอย่าง แต่ในบางกรณีผู้ป่วยโรคหัวใจบางชนิดอาจยังไม่แสดงความผิดปกติในขณะพัก จึงอาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น การทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเพื่ออะไร?

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจช่วยคัดกรองและวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับหัวใจและระบบไหลเวียนเลือดได้หลายประเภท เช่น

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ภาวะหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวผิดปกติ
  • โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงหรือต่ำผิดปกติ
  • ภาวะแคลเซียมในเลือดผิดปกติ

นอกจากนี้ยังช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

ใครบ้างควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ?

กลุ่มบุคคลที่ควรเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจหรือโรคระบบไหลเวียนเลือด
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
  • ผู้สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน
  • ผู้ที่มีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือหน้ามืด

ข้อดีของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจถือเป็นหนึ่งในการตรวจสุขภาพหัวใจที่ได้รับความนิยม เพราะมีข้อดีหลายประการ ได้แก่

  • ตรวจง่าย สะดวก และรวดเร็ว
  • ไม่เจ็บ ไม่มีแผล
  • ไม่ต้องฉีดสีหรือใช้สารทึบรังสี
  • ใช้เวลาตรวจเพียง 5-10 นาที
  • สามารถช่วยคัดกรองโรคหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • เหมาะสำหรับการตรวจสุขภาพประจำปี

การเตรียมตัวก่อนตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ก่อนเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผู้เข้ารับบริการแทบไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร เพียงพักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามผ่อนคลายร่างกายระหว่างตรวจ

ควรหลีกเลี่ยงความเครียดหรือการออกกำลังกายหนักก่อนตรวจทันที เพราะอาจส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจได้

การดูแลหลังตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

หลังตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

อย่างไรก็ตาม หากผลตรวจพบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ และควบคุมโรคประจำตัวต่างๆ

ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจบ่อยแค่ไหน?

สำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือไม่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจปีละ 1 ครั้ง ถือว่าเพียงพอสำหรับการตรวจคัดกรองสุขภาพหัวใจ

แต่ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติโรคหัวใจ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจถี่ขึ้นตามความเหมาะสม

คนท้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้ไหม?

หญิงตั้งครรภ์สามารถตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากการตรวจชนิดนี้ไม่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย เป็นเพียงการรับสัญญาณไฟฟ้าจากหัวใจเท่านั้น

ดังนั้นจึงสามารถตรวจได้ในทุกช่วงอายุ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

สรุป

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) เป็นการตรวจคัดกรองสุขภาพหัวใจที่ง่าย รวดเร็ว และไม่เจ็บ ช่วยประเมินการทำงานของหัวใจและค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ รวมถึงผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อดูแลหัวใจให้แข็งแรงในระยะยาว



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์หัวใจ

สถานที่

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

055909000

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram หรือ CAG)

การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram หรือ CAG) บางทีเรียก “การฉีดสี” เป็นการสอดสายสวนผ่านหลอดเลือดแดงแล้วฉีดสารทึบรังสีเพื่อตรวจวินิจฉัยการอุดตันและการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ หากพบความผิดปกติสามารถทำการรักษาต่อด้วยการทำบอลลูนและใส่ขดลวด

blank ดร.นพ. กิติกร วิชัยเรืองธรรม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram หรือ CAG)

การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiogram หรือ CAG) บางทีเรียก “การฉีดสี” เป็นการสอดสายสวนผ่านหลอดเลือดแดงแล้วฉีดสารทึบรังสีเพื่อตรวจวินิจฉัยการอุดตันและการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ หากพบความผิดปกติสามารถทำการรักษาต่อด้วยการทำบอลลูนและใส่ขดลวด

blank ดร.นพ. กิติกร วิชัยเรืองธรรม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การตรวจโรคหัวใจ

โรคหัวใจ หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น

การตรวจโรคหัวใจ

โรคหัวใจ หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น

แปลผลตรวจเลือด (ฉบับเข้าใจง่าย) พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ (อัปเดต 2026)

รู้จักค่าผลเลือดสำคัญ เช่น น้ำตาล ไขมัน ความดัน ไต ตับ และกรดยูริก พร้อมค่าปกติและสัญญาณเตือนโรค เบาหวาน หัวใจ ไต ตรวจสุขภาพอย่างเข้าใจโดยแพทย์

ธนิยะ วงศ์วาร นพ. ธนิยะ วงศ์วาร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
แปลผลตรวจเลือด (ฉบับเข้าใจง่าย) พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ (อัปเดต 2026)

รู้จักค่าผลเลือดสำคัญ เช่น น้ำตาล ไขมัน ความดัน ไต ตับ และกรดยูริก พร้อมค่าปกติและสัญญาณเตือนโรค เบาหวาน หัวใจ ไต ตรวจสุขภาพอย่างเข้าใจโดยแพทย์

ธนิยะ วงศ์วาร นพ. ธนิยะ วงศ์วาร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม