ภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia)
เป็นภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความผิดปกติในการกลืน ทำให้ไม่สามารถกลืนได้หรือ มีความยากลำบากในการกลืนอาหาร ซึ่งอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไอหรือสำลัก ขณะรับประทานอาหาร หรือ ดื่มเครื่องดื่ม รู้สึกคล้ายมีอาหารติดอยู่ในลำคอหรือหน้าอก โดยมักพบได้มากใน
- ผู้ป่วยผู้สูงอายุ จากความเสื่อมของกลไกการกลืนตามช่วงอายุ และจากภาวะอัลไซเมอร์
- ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท เช่น เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก , โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่าง ๆ หรือ พาร์กินสัน
- รวมถึงยังพบในโรคอื่น เช่น มะเร็งที่คอ/หลอดอาหาร โรคปอดติดเชื้อ เป็นต้น
ทั้งนี้ภาวะกลืนลำบาก(Dysphagia) อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จนส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะภาวะติดเชื้อในปอด ซึ่งบางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ และบางกรณีความกังวลในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า มีผลทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงได้อีกด้วย โดยในบางกรณีอาจจำเป็นต้องตรวจประเมินด้วยเครื่องมือพิเศษ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบุความผิดปกติในการกลืนที่เกิดขึ้นในระดับต่างๆ รวมถึงระบุความเสี่ยงของการสำลักโดยเฉพาะการสำลักเงียบ
การตรวจประเมินสำหรับภาวะการกลืนลำบาก
โดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู มี 2 แบบ คือ
1.การตรวจการกลืนผ่านภาพทางรังสี Videofluoroscopic Swallow Study (VFSS)
เป็นการตรวจเพื่อดูการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกลืนในระยะช่องปาก ระยะคอหอย ระยะหลอดอาหาร และสาเหตุของความผิดปกติของการกลืน โดยผู้เข้ารับบริการจะได้รับประทานน้ำ และอาหารที่ผสมสารทึบรังสี (Barium sulfate) ร่วมกับการฉายภาพรังสีขณะกลืน ซึ่งน้ำและอาหารที่ใช้ในการตรวจประเมินจะมีการปรับปริมาณ ความหนืด และลักษณะเนื้ออาหาร รวมทั้งการปรับท่าในการรับประทานอาหารตามความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย
2.การตรวจการกลืนด้วยวิธีส่องกล้อง Videoendoscopic Swallow Study (VESS)
การตรวจการกลืนด้วยวิธีส่องกล้องในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้กล้องเอ็นโดสโคปที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ทำให้มองเห็นความผิดปกติของหน้าที่การกลืน และโครงสร้างเนื้อเยื่อในส่วนคอหอยและกล่องเสียง โดยผู้เข้ารับบริการจะได้การส่องกล้องทางจมูก รับประทานน้ำและอาหารที่ผสมสีผสมอาหาร เพื่อให้เห็นความผิดปกติได้ชัดเจน ซึ่งน้ำและอาหารที่ใช้ในการตรวจประเมินจะมีการปรับปริมาณ ความหนืด และลักษณะเนื้ออาหาร รวมทั้งการปรับท่าในการรับประทานอาหารตามความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละรายข้อบ่งชี้: แพทย์จะส่งตรวจ Videofluoroscopic หรือ Videoendoscopic Swallow Study ในผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) หรือมีความเกี่ยวข้องกับภาวะต่างๆดังต่อไปนี้
- ผู้ป่วยที่มีอาการไอ หรือสำลักในขณะรับประทานอาหาร/ดื่มน้ำ
- ผู้ป่วยที่มีเสียงเหมือนมีน้ำเครือๆในคอ หรือแหบพร่าหลังจากกลืน (Wet – hoarse voice)
- มีอาการหายใจหอบเหนื่อยหรือมีการเปลี่ยนแปลงของการหายใจในขณะหรือหลังรับประทานอาหาร/ดื่มน้ำ
- มีประวัติการติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยครั้ง
- ผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัย หรือสงสัยว่ามีอาการปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration pneumonia )
- โรคทางระบบประสาท และกล้ามเนื้อ (Neuromuscular diseases) ที่ส่งผลต่อการกลืน
การฝึกกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยที่มีภาวะกลืนลำบาก
หลังจากได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมกับนักกิจกรรมบำบัด เพื่อพิจารณาความปลอดภัยในการรับประทาน ทั้งการปรับลักษณะอาหาร การจัดท่าในการรับประทานอาหาร และการฝึกกลืนโดยใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า การบริหารกล้ามเนื้อปากและลิ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
การฝึกกลืนด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า
ช่วยฝึกทักษะและกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ช่วยในการกลืน ช่วยให้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องเกิดการเรียนรู้ใหม่ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และทำให้เกิดกระบวนการกลืนอาหาร
| Vital Stim | Aspire II |
|---|---|
![]() |
![]() |
การบริหารกล้ามเนื้อปากและลิ้นด้วยเครื่อง Iowa Oral Performance Instrument (IOPI)
สามารถใช้วัดค่าแรงกดลิ้น ความทนทานของกล้ามเนื้อ และออกกำลังกล้ามเนื้อลิ้นได้ โดยมีข้อมูลป้อนกลับเป็นแสงสีเขียวเมื่อผู้ป่วยทำได้ตามเป้าหมาย

ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง



