Header

โรคไข้ดิน ภัยเงียบที่มากับดินและน้ำ อัปเดตสถานการณ์ 2026

โรคไข้ดิน 2569 ภัยเงียบที่กำลังระบาดในประเทศไทย

ในช่วงเดือนเมษายน 2026 นี้ สถานการณ์การระบาดของ โรคไข้ดิน หรือ โรคเมลิออยด์ (Melioidosis) ในประเทศไทยมีความน่ากังวลเพิ่มขึ้น ข้อมูลล่าสุดพบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศแล้วกว่า 732 ราย และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 23 ราย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงจังหวัดพิษณุโลกที่ยังคงพบการแพร่กระจายของเชื้อในดินและแหล่งน้ำ

โรคไข้ดิน คืออะไร?

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Burkholderia pseudomallei ซึ่งอาศัยอยู่ในดินและน้ำตามธรรมชาติ เชื้อชนิดนี้มีความทนทานสูงและสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ 3 ทางหลัก:

  1. ทางผิวหนัง: ผ่านบาดแผล หรือการแช่น้ำ/โคลนเป็นเวลานานจนผิวหนังเปื่อยยุ่ย
  2. การหายใจ: สูดดมละอองฝุ่นดินหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน (พบบ่อยในช่วงลมพายุหรือฝนตก)
  3. การกิน: ดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ

ช่วงไหนที่เสี่ยงเป็นโรคไข้ดิน?

  1. หลังฝนตก
  2. น้ำท่วม
  3. ทำเกษตร
  4. เล่นน้ำ / ลุยโคลน

อาการที่ต้องเฝ้าระวัง

โรคนี้ได้ชื่อว่าเป็น "นักพรางตัว" เพราะอาการมักไม่จำเพาะเจาะจงและคล้ายกับโรคอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือวัณโรค โดยอาการเด่นที่ควรสังเกต ได้แก่:

ไข้สูงเฉียบพลัน หรือไข้เรื้อรังติดต่อกันเกิน 2-3 วัน

  • อาการทางปอด: ไอ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก (เชื้ออาจทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง)
  • อาการทางผิวหนัง: มีแผลเรื้อรัง เป็นฝีหนองตามตัว หรือปวดบวมตามข้อ
  • ติดเชื้อในกระแสเลือด: ในรายที่รุนแรงเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ความดันตกและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

ใครคือกลุ่มเสี่ยง?

แม้คนทั่วไปจะติดเชื้อได้ แต่กลุ่มที่อันตรายที่สุดคือ:

  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน: (กลุ่มเสี่ยงอันดับ 1) เนื่องจากภูมิคุ้มกันในการกำจัดเชื้อชนิดนี้ต่ำกว่าปกติ
  2. เกษตรกร: ที่ต้องสัมผัสดินและน้ำโดยตรงเป็นประจำ
  3. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง: เช่น โรคไต โรคตับ หรือผู้ที่ทานยาสเตียรอยด์
  4. ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง

กลุ่มเกษตรกรที่สัมผัสกับดินโดยตรง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้ดิน

 

แนวทางป้องกันจากโรงพยาบาลพิษณุเวช

เพื่อให้ชาวพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงปลอดภัย โรงพยาบาลขอแนะนำแนวทางปฏิบัติ 4 ข้อ ดังนี้:

  1. สวมอุปกรณ์ป้องกัน: หากจำเป็นต้องลุยน้ำหรือทำงานกับดิน ควรสวมรองเท้าบูทยางและถุงมือยาง ทุกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโดยตรง
  2. ทำความสะอาดทันที: หลังเสร็จภารกิจจากการลุยน้ำหรือดิน ให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่ให้สะอาดทันที
  3. ดูแลบาดแผล: หากมีบาดแผลที่เท้าหรือขา ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำปนเปื้อนเด็ดขาด หากแผลถูกน้ำดิน ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทันที
  4. ดื่มน้ำสะอาด: เลือกดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ

ข้อแนะนำสำคัญ: หากท่านมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน หรือเริ่มมีอาการไอ หอบเหนื่อย และมีประวัติสัมผัสดินหรือน้ำในช่วงที่ผ่านมา อย่าซื้อยาทานเอง ควรรีบพบแพทย์ทันที การวินิจฉัยที่รวดเร็วและการให้ยาปฏิชีวนะที่ตรงจุดสามารถช่วยรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้

ด้วยความห่วงใยจาก โรงพยาบาลพิษณุเวช

 

โรคไข้ดิน อันตราย กำลังทำร้ายคนไทย

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1: โรคไข้ดินติดต่อจากคนสู่คนได้ไหม?

A : โดยทั่วไป “ไม่ติดต่อจากคนสู่คน” แต่ติดจากสิ่งแวดล้อม

Q2: เป็นแล้วหายไหม?

A : รักษาหายได้ แต่ต้องกินยานานและต่อเนื่อง

Q3: ใครเสี่ยงมากที่สุด?

A : ผู้ป่วยเบาหวาน + คนที่ลุยดินน้ำเป็นประจำ

Q4: ช่วงไหนเสี่ยงมาก?

A : ฤดูฝน / หลังน้ำท่วม

Q5: อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

A : ไข้สูงเกิน 2 วัน + หายใจเหนื่อย + มีแผลติดเชื้อ



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกอายุรกรรม

สถานที่

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

055909000

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Fibro Scan ตรวจพังผืดตับแบบไม่ต้องเจาะ รู้ผลเร็ว เจ็บน้อย

"ตับ" เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญ อาทิ ย่อยอาหารประเภทไขมัน ขจัดสารพิษ ทำลายเชื้อโรค ถ้าเราไม่ใช้งานตับมากเกินไป ตับก็จะสามารถทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

Fibro Scan ตรวจพังผืดตับแบบไม่ต้องเจาะ รู้ผลเร็ว เจ็บน้อย

"ตับ" เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญ อาทิ ย่อยอาหารประเภทไขมัน ขจัดสารพิษ ทำลายเชื้อโรค ถ้าเราไม่ใช้งานตับมากเกินไป ตับก็จะสามารถทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) คืออะไร? ตรวจเพื่ออะไร ใครบ้างควรตรวจ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) ช่วยคัดกรองโรคหัวใจและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ตรวจง่าย ไม่เจ็บ ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที เหมาะสำหรับผู้มีความเสี่ยงโรคหัวใจและผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) คืออะไร? ตรวจเพื่ออะไร ใครบ้างควรตรวจ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) ช่วยคัดกรองโรคหัวใจและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ตรวจง่าย ไม่เจ็บ ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที เหมาะสำหรับผู้มีความเสี่ยงโรคหัวใจและผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป